ผู้เขียน หัวข้อ: ตอนที่ 2 - สายใยที่เริ่มต้น  (อ่าน 670 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Irada

  • นางฟ้าใจดี
  • Administrator
  • หนึ่งในเซียนโพสต์แห่งบ้านเพลงเก่า
  • *****
  • กระทู้: 61
  • Karma: +0/-0
ตอนที่ 2 - สายใยที่เริ่มต้น
« เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2007, 10:58:08 PM »
1


สวัสดีครับ จากฉบับที่แล้ว มีผู้อ่านหลายคนมาส่งกำลังใจให้ที่เว็บ..ผมก็ขอขอบคุณสำหรับการตอบรับนะครับ..เห็นมั้ยครับ..บางทีโลกไซเบอร์ก็สามารถย่อระยะทางที่ว่าไกลแสนไกลให้เหลือใกล้แค่ใจ....มิตรภาพเกิดได้ทุกที่..ทุกเวลาครับ...ถ้าคุณเปิดใจ

        เอาล่ะครับ..มาฟังเรื่องผมกันต่อดีกว่า...ย้อนไป 2 ปีที่แล้ว ผมเริ่มเปิดเว็บเพลงเก่า..บ้านหลังเล็กๆ ของผมเมื่อเดือนสิงหา 2545 ..บอกตรงๆ ครับ..เป็นเว็บแรกในชีวิตของผม..ทำเป็นบ้าง..ไม่เป็นบ้าง..เหมือนเด็กเริ่มคลานเตาะแตะล่ะครับ..แรกเริ่มผมใส่เพลงเก่าที่ผมชอบในเว็บ..เป็นดีเจเองซะเลย..จัดเพลงตามใจผู้จัด..คือตอนนั้นยังไม่มีใครรู้จักเว็บผมหรอกครับ..พอมีใครหลงมาขอเพลงในเว็บบอร์ดสักเพลง..ผมก็ตื่นเต้นดีใจมากๆ เลยครับที่มีคนมาเยี่ยมชม..และไม่ว่าจะขอเพลงอะไร..ดีเจอย่างผมเต็มใจใส่เพลงให้ในทันที..

        ผมทำเว็บถูๆ ไถๆ ได้ประมาณเดือนกว่าๆ..เริ่มมีอีเมล์หลายฉบับส่งมาหาผมครับ..โห..ผมปลื้มสุดจะบรรยาย..บางคนก็เมล์มาขอเพลง..บางคนก็มาขอบคุณผม..ที่ทำให้เค้าเหมือนย้อนเวลากลับไปในอดีต...แล้ว 1 ในเมล์นั้น ก็มีสาว ลี่ ด้วยครับ..เธอเขียนมายาวมาก..ผมอ่านเมล์เธอซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบด้วยความรู้สึกหลายๆ อย่าง....ผมยังจำได้ดี..



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 


สวัสดีค่ะ คุณเจ

        ดิฉันได้พบชื่อเว็บของคุณโดยบังเอิญจากกระทู้ใน Pantip.com ค่ะ..ที่บอกว่าบังเอิญก็เพราะว่าไม่ค่อยเข้าไปเว็บนั้นค่ะ..พอดีเมื่อวานเกิดอาการเซ็งจิต..เลยนั่งดูเว็บไปเรื่อยเปื่อยค่ะ..คลิกกระทู้นู้นกระทู้นี้..อ่านเล่นไปเพลินๆ..และก็มาสะดุดที่กระทู้นึงซึ่งถามว่าอยากฟังเพลงไทยเก่าๆ ฟังได้ที่ไหน..แล้วก็มีคนไปตอบชื่อเว็บคุณค่ะ..ดิฉันก็เลยคลิกเข้าไปดู

               
        คุณเจรู้มั้ยคะ..พอวินาทีแรกที่ดิฉันเห็นรายชื่อเพลงที่คุณไปลงให้ฟังกัน..หัวใจฉันสะดุดกึ๊กขึ้นมาทันทีเลยค่ะ..เพลงเหล่านี้...แม้แต่ชื่อเพลง..ดิฉันไม่เห็นมานานนับสิบปีแล้ว...นาทีนั้นดิฉันก็ไม่รอช้าที่จะรีบคลิกฟังเลยค่ะ..พออินโทรของเพลงเริ่มดังขึ้นจากลำโพง..ภาพความทรงจำในวัยเด็กของดิฉันก็เริ่มผุดขึ้นมา..จากภาพจางๆ แล้วก็ค่อยๆ ชัดขึ้นๆ ทีละน้อยๆ..ตามเสียงเพลงที่เริ่มบรรเลงขับกล่อมหัวใจฉัน

        “ น่ารัก เมื่อเธออยู่ใกล้ หวานๆ ละไม นี่แหละใจของเธอ..ซ่อนใจ ฉันไม่กล้าเสนอ เกรงว่าฉันจะเก้อ เธอรักก่อนได้ไหม..”   เพลงนี้ฟังไปน้ำตาดิฉันก็เริ่มซึมขึ้นมาทันที..ป่าวนะคะ..ดิฉันไม่ได้แก่แดดที่มีแฟนตั้งแต่อายุ 10 ขวบ..แต่เพลงนี้ทำให้ดิฉันนึกถึงตอนเป็นเด็ก..แม่ดิฉันเคยจูงมือดิฉันไปดูหนังเรื่อง “ วัยอลวน ” ที่โรงหนังเพชรรามา.. สมัยก่อนบ้านดิฉันอยู่แถวประตูน้ำค่ะ โรงหนังนั้นเป็นโรงหนังที่ใหญ่มาก  เป็น 1 ในโรงหนังชั้นนำ ..จำได้ว่าหนังเรื่องนี้ดังเป็นพลุแตกแล้วเพลงนี้ก็ดังมากๆ เช่นกัน..คุณเจทราบมั้ยคะว่า ทำไมดิฉันน้ำตาซึม..ก็เพราะว่านั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ดิฉันได้ไปดูหนังกับแม่ค่ะ..เป็นภาพแห่งความสุขระหว่างดิฉันกับแม่ที่ไม่ค่อยมีด้วยกันนัก.. ตลอด20 ปีที่ผ่านมา


        โรงหนังสมัยก่อน จะเป็นเหมือนโรงละครใหญ่ๆ ค่ะ ตั๋วหนังถ้าจำไม่ผิดน่าจะอยู่ที่ราคา 10 บาท ครั้งนั้นดิฉันไปดูหนังเรื่องนี้กับแม่และอาค่ะ แต่ซื้อตั๋วแค่ 2 ใบนะคะ  เด็กอย่างฉันไม่ต้องเสียตังค์ค่ะ  แม่ดิฉันจะอุ้มนั่งตักเบียดๆ กัน..แต่พอหนังฉายแล้ว ที่ตรงไหนว่าง แม่ดิฉันจะแอบเหล่ไปที่คนตรวจตั๋ว ถ้าเค้าเผลอ เราก็ย้ายไปที่ว่างๆ ข้างหลังซึ่งแพงกว่า..ดูสบายตากว่า..แต่ก็นั่งแบบไม่สบายใจเท่าไหร่หรอกค่ะ กลัวเจ้าของที่มา แล้วคนตรวจตั๋วจะไล่เรากลับไปที่เดิม..ขนาดเป็นเด็ก ดิฉันก็ตื่นเต้นเป็นนะคะ.. เหมือนกำลังทำความผิดใหญ่โต..       

        แต่เพลงบางเพลง..ก็ไม่ได้ทำให้นึกถึงฉากแห่งความสุขอย่างเดียวนะคะ..บางทีก็ทำให้เราหวนไปถึงวันเศร้าๆ ในตอนนั้นเหมือนกัน 

“กว่าจะรักเท่าวันนี้ กว่าจะมีคนมาเข้าใจ ต้องใช้เวลา  ใช่เพียงมองตากันเมื่อไหร่  อยากจะคิด ต้องจากกัน เป็นแค่ฝัน แต่ความจริงนั้น เรายังอยู่เคียงข้างกัน ดั่งวันวาน”   พอดิฉันคลิกฟังเพลงนี้  ทำให้นึกถึงเพื่อนที่ชื่อ ตุ๊ก ตอนเรียนอยู่มอ 3...  ตุ๊กกับดิฉันเป็นเพื่อนสนิทกันค่ะแทบจะเป็นเพื่อนรักกันก็ว่าได้   ที่สำคัญเธอเป็นน้องสาวแท้ๆ ของ 1 ในสมาชิกวงอินโนเซ้นส์  เวลามีรายงานอะไร กลุ่มของเรามักบุกไปทำที่บ้านเธอ เพราะว่าบ้านเธอหลังใหญ่ หลายครั้งที่เราได้เห็นวงอินโนเซ้นส์ทั้งวงมาซ้อมดนตรีกันที่บ้านเธอ...พวกเราก็มักจะไปแอบยืนดูบ่อยๆ..ซึ่งฉันก็มักจะไปคุยโวให้เพื่อนแถวบ้านฟังว่า..ดิฉันอ่ะซี๊วงนี้น๊า..( ขี้โม้ตั้งแต่เด็ก 5555 )

        แต่ด้วยความที่บ้านตุ๊กค่อนข้างมีเงิน..เป็นลูกสาวคนเล็ก บางครั้งเธอจึงมักจะเอาแต่ใจตัวเองนิดๆ..หลายครั้งเธอจึงมักสั่งดิฉันทำนู่นทำนี่อย่างไม่รู้ตัว...ดิฉันก็ขี้เกรงใจเพื่อนค่ะ..ทำให้ทุกครั้ง จนมีวันนึง..ตุ๊กก็สั่งให้ดิฉันไปเอาหนังสือที่ลืมไว้ที่ใต้โต๊ะตอนเลิกเรียน  ดิฉันก็ไปหยิบให้ค่ะ พอไปถึง ดิฉันก็ยื่นหนังสือให้  แต่พอตุ๊กเห็นหนังสือเท่านั้นก็โมโห เขวี้ยงลงบนพื้นและตวาดฉันแว๊ดๆ “ อะไรอ่ะ ไม่ใช่เล่มนี้สักหน่อย บอกแล้วไงว่าสังคมเล่มหลือง เนี๊ยะรถจะมารับแล้ว โห เสียเวลาจริงๆ รู้งี้ไปหยิบเองดีกว่า ” พอได้ยินดังนั้น ดิฉันก็มีอารมณ์โกรธขึ้นมาทันที ตะคอกกลับไปบ้างสิ “ อ้าว ก็ไปหยิบเองดิ ไม่ได้ขี้ข้านะ ”

        ตุ๊กได้ยินฉันตะคอกเสียงดังกลับ ก็โมโห  เตะหนังสือที่หล่นบนพื้น  แล้วกระฟัดกระเฟียดกลับบ้านไป.. ฉันยังคงยืนนิ่งสักพักเพราะอาการอึ้งและงงว่า..ทำไมเราเป็นคนผิดมากหรือเนี่ย งงจริงๆ  เพื่อนหลายคนที่เห็นเหตุการณ์ก็ได้แต่เงียบ ยืนซุบซิบกันแล้วมองมาที่ฉัน..พอรู้สึกตัวได้..ฉันก็เดินกลับบ้านไปอย่างเลื่อนลอย..นั่นคือครั้งสุดท้ายที่เราได้พูดกัน..หลังจากนั้นเราสองคนต่างเหมือนอยู่คนละโลก..พอมีรายงานจากอาจารย์เมื่อไหร่ เราก็จะไม่เลือกอยู่ด้วยกัน

        จากวันเป็นเดือน..เราก็ยังไม่คุยกัน..จริงๆ เราสองคนหายโกรธกันนานแล้ว..แต่สิ่งที่เหลือคือทิฐิ..ต่างคนต่างรออีกฝ่ายเริ่มพูดก่อน..หลายครั้งที่เราเผลอมองตากันโดยบังเอิญ แล้วต่างคนก็รีบหลบสายตา ทำเป็นไม่เห็น..จนถึงวันสุดท้ายของชีวิตนักเรียน มอ 3..  เพื่อนๆ ทุกคนรวมทั้งตุ๊กก็เลือกเรียนต่อมอปลายที่นี่ มีไม่กี่คนเท่านั้นที่ลาออกไปเรียนอาชีวะ รวมถึงฉันด้วย..ช่วงนั้น เป็นทางแยกชีวิตของเด็กอายุ 14 อย่างฉันที่ต้องเลือกอนาคตด้วยตัวเอง..  ดิฉันเลือกที่จะลาออกจากที่นี่ไปเรียนช่างศิลป์ตามใจปรารถนา..   วันนั้น  พวกเพื่อนทุกคนต่างแลกเฟรนด์ชิพกันเซ็น มีใครไม่รู้เอาวิทยุจากบ้านเปิดเพลง “ กว่าจะรัก ” ของ XYZ เพื่อเป็นการอำลากัน..

        “ แต่ก่อนนั้น ฉันยังแปลกใจ ที่เห็นใครร่ำลาจากกันด้วยการร้องไห้ แต่บัดนี้เมื่อเราต้องไป ก็ถึงวันที่ฉันเข้าใจว่าเพราะอะไร..”  หลายคนฟังเพลงนี้แล้วน้ำตาซึม..  บางคนดึงชายเสื้อนักเรียนมาให้เพื่อนที่รักมากเซ็นชื่อเป็นที่ระลึกตรงปลายเสื้อ ...ฉันให้ทุกคนเซ็นเฟรนด์ชิพจนครบ..ขาดแต่ตุ๊ก เพียงคนเดียว...ตุ๊กก็เช่นเดียวกัน...เราได้แต่เหล่กันไปเหล่กันมาหลายที..จนเวลาวันนั้นล่วงเลยไปถึง 5 โมงเย็น ได้เวลาต้องกลับบ้านแล้ว..ฉันบอกลาเพื่อนทุกคน..จนเหลือตุ๊ก ..ตุ๊กก็กำลังมองมาที่ฉันอยู่ ในมือเธอถือสมุดเฟรนด์ชิพที่เปิดหน้าว่างๆ ไว้..ฉันมองตาเธอนิ่งประมาณ 10 วินาที..เมื่อตุ๊กยังไม่เอ่ยพูดอะไรออกมา...ดิฉันก็ตัดสินใจหันหลังเดินออกไปทันที...เสียงเพลง  “ กว่าจะรัก ” ยังคงลอยตามหลังมา...“ กว่าจะรักเท่าวันนี้ กว่าจะมีคนมาเข้าใจ ต้องใช้เวลา ..ใช่เพียงมองตากันเมื่อไหร่  อยากจะคิด ต้องจากกัน เป็นแค่ฝัน แต่ความจริงนั้น เรายังอยู่เคียงข้างกัน ดั่งวันวาน.. ” 

วันนั้นหลายคนที่เดินสวนดิฉันมา..ทุกคนต่างก็มองหน้าดิฉันด้วยความสงสัยว่า..ทำไมเด็กผู้หญิงคนนี้ถึงเดินร้องไห้...


        หลังจากนั้นจนถึงเดี๋ยวนี้ ดิฉันก็ไม่เคยเจอตุ๊กอีกเลยค่ะ..ถ้าย้อนเวลากลับไปในวันนั้นได้ ..ดิฉันจะเป็นคนเดินไปยื่นสมุดเฟรนด์ชิพให้ตุ๊กเซ็นค่ะ...จะเข้าไปกอดตุ๊ก พร้อมพูดกับเธอว่า “ ลาก่อนนะ เพื่อนรัก! ”

        อืมม์...เมล์ดิฉันยาวจัง ไม่ทราบว่าคุณเจจะเบื่ออ่านหรือปล่าว..ดิฉันอยากจะกล่าวคำขอบคุณมากๆ..ที่ทำให้ดิฉันได้ย้อนเวลากลับไปในช่วงที่มีความหมายในความทรงจำที่ถูกปิดตายมาเป็นสิบกว่าปี....จะเข้ามาเยี่ยมชมเว็บบ่อยๆ นะคะ  ดิฉันก็เป็นเว็บมาสเตอร์เว็บเล็กๆ เว็บนึงค่ะ ถ้ามีอะไรให้ดิฉันช่วย ก็บอกเลยนะคะ ดิฉันยินดีค่ะ   อ้อ! คุยมาตั้งเยอะ ดิฉันยังไม่แนะนำตัวเลยว่าชื่ออะไร เรียกดิฉันสั้นๆ ว่า “ลี่” ก็ได้ค่ะ...

ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ....ลี่

ปล. เพลงในเว็บ อย่าลบออกจาก server ได้มั้ยคะ ดิฉันอยากได้เพลงที่คุณเคยลงไปแล้วตั้งหลายเพลง แล้วดิฉันก็เชื่อว่าคงมีคนเพิ่งเข้ามาเว็บคุณหลายคน ก็อยากได้เพลงที่คุณลบไปแล้วค่ะ ขอบคุณอีกครั้ง


นสพ.นิวมหาชน LA. ฉบับวันพุธที่  28 มกราคม 2547



<a href="http://www.oldsonghome.com/saiyai/chapter02/xyze.swf" target="_blank" rel="noopener noreferrer" class="bbc_link bbc_flash_disabled new_win">http://www.oldsonghome.com/saiyai/chapter02/xyze.swf</a>




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 04, 2007, 06:05:21 PM โดย Irada »

บ้านเพลงเก่า

ตอนที่ 2 - สายใยที่เริ่มต้น
« เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2007, 10:58:08 PM »