บ้านเพลงเก่า
สถานีเพลงเก่า => หนังสือเพลงเก่า => หนังสือเพลงไทย => ข้อความที่เริ่มโดย: DJ แก้มยุ้ย ที่ เมษายน 24, 2007, 01:55:48 AM
-
ชื่อเพลงที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร "ล"
โพสไว้ที่นี่ครับ
-
ละครฉากสุดท้าย
โลกคือละคร..แบ่งเป็นตอนๆ..ตัวละครคือทุกคน
บทในละครอาจยอกย้อนยุ่งยาก..ฉากแห่งความงดงาม
ฉากแห่งความเสียใจ..ตอนนี้มีไว้ให้เราฝึกฝน
เกิดมาเป็นคน ยากดีมีจน..ความเป็นคนเรามีเท่าไร
อยู่ในละคร..อาจจะซับซ้อนหรือง่าย..แต่จะเป็นเช่นไร
จะเป็นตอนของใคร..ฉากสุดท้ายนั้นคือความจริง
*ไม่เว้นทั้งเลวและดี..ทั้งมั่งมีหรือยากจน
สิ่งเดียวที่เราทุกคนแน่ใจ..คือฉากสุดท้ายต้องตายทุกตัวละคร
อยู่ในละครอาจจะซับซ้อนหรือง่าย..แต่จะเป็นเช่นไร
จะเป็นตอนของใคร..ฉากสุดท้ายคือความจริง
(ซ้ำ *)
เป็นฉากที่สอนให้คนค้นพบตัวเอง
-
โลกเราไม่เท่ากัน..(สิลปินไม่มั่นใจว่าบัตเตอร์ฟลายรึป่าวงนะค๊ะ)
หากโลหนี้มีเรา...เพียงสองคน
รักคงหลุดพ้นความวุ่นวาย
ไม่มีกฎหมายมาตราใด
ลงโทษลงทัณฑ์รักสองเรา
หากโลกนี้มีเรา...เพียงสองคน
เริ่มต้นลงท้ายคงด้วยดี
แผ่นดินทุกที่ย่อมมีเสรี
เพาะปลูกวิญญาญ..รักสองเรา
แต่โลกใช่มีเพียงรักสองเรา
ผู้คนยังมัวเมาและงมงาย
ถือเผ่าถือพันธุ์กันต่อไป
กีดกันทำลายคนด้วยกัน ...
หากโลกนี้มีเรา..เพียงสองคน
คงไม่ถูกโค่น..ต้นไม้รักของเรา
ชีวิตเธอเเละฉัน...ไม่ยืนยาว
โลกเป็นของเรา...แต่..ไม่เท่ากัน
ชีวิตเธอเเละฉัน ไม่ยืนยาว
โลกเป็นของเราแต่…ไม่เท่ากัน
-
ลืมเสียเถิด - พัชรา แวงวรรณ
ลืมเถิดดวงใจอย่าได้คิดเลย
ลืมวันคืนที่เคยชื่นเชยชิดกัน
คิดเสียว่า นั่นเป็นแค่เพียงฝัน
จงให้มันผ่านไป
ลืมเถิดความหลัง อย่าได้ฝังจำ
ลืมวันชื่นคืนฉ่ำดื่มด่ำฤทัย
ขอให้มันผ่านเป็นอดีตไป
อย่าฝังใจไปจำ
จงคิดว่าเราสองสร้างบุญมาด้วยกันแค่นี้
ขอบใจคนดี ที่ให้สุขฉัน
เราเจอะกัน มันสายเกินใจผูกพัน
-
ละอองแห่งรัก - พิ้งค์ แพนเตอร์
ฉันพริ้มตา... นึกถึงวันอันหวาน
ที่สองเราเคยเดินคู่เคียง
ตามหนทาง กุหลาบชมพู
บนแผ่นฟ้า มีรุ้งประกาย
อ้อมแขนเธอ คอยปกป้องตัวฉัน
ไม่คิดกลัว ภยันตราย
นึกถึงเธอ หมู่ภัยสลาย
สิ่งชั่วร้าย ก็กลายกลับดี
ละอองแห่งรักนั้นพุ่งกระจาย
พุ่งฟุ้งออกไปทั่วทุกหนทุกแห่งทั่วฟากฟ้าไกล
ต้านกระแสลมได้ ไม่หวั่นแม้ใคร มุ่งไปสู่จุดหมาย
นั่นคือความรักของเราคงมั่น
สิ้นความผูกพันแม้กาลเวลา
มั่นในรักเรา... มั่นในรักเรา
ที่เราต่างใฝ่ฝัน.... ถึงวันเป็นจริง
ฉันพริ้มตา นึกถึงวันอันหวาน
ที่สองเรา เคยเดินคู่เคียง
ตามหนทาง กุหลาบชมพู
บนแผ่นฟ้า มีรุ้งประกาย
ฉันพริ้มตา... นึกถึงเธอและฉัน
ต่างเคล้าคลอ... ท่ามกลางหมู่ดาว
และสองเรา... ซบตากันซึ้ง
นั่นคือ... ความรักของเธอและฉัน
ละอองแห่งรักนั้นพุ่งกระจาย
พุ่งฟุ้งออกไป ทั่วทุกหนทุกแห่ง
ทั่วฟากฟ้าไกล ต้านกระแสลมได้
ไม่หวั่นแม้ใคร มุ่งไปสู่จุดหมาย
นั่นคือ... ความรักของเราคงมั่น
สิ้นความผูกพัน... แม้กาลเวลา
มั่นในรักเรา... มั่นในรักเรา
ที่เราต่างใฝ่ฝัน.... ถึงวันเป็นจริง
ละอองแห่งรักนั้นพุ่งกระจาย
พุ่งฟุ้งออกไป ทั่วทุกหนทุกแห่ง
ทั่วฟากฟ้าไกล ต้านกระแสลมได้
ไม่หวั่นแม้ใคร มุ่งไปสู่จุดหมาย
นั่นคือ... ความรักของเราคงมั่น
สิ้นความผูกพัน... แม้กาลเวลา
มั่นในรักเรา... มั่นในรักเรา
ที่เราต่างใฝ่ฝัน....
ถึง.... วัน.... เป็น.... จริง....
-
ลืม : สาว สาว สาว
..ลืม..อยากลืมเธอให้..สูญสิ้นไปจากชีวัน
ลืมเคยรู้จักกัน..ลืมเคยฝันเคยหวงห่วงเธอ
..หลับฝันเพียงชั่วคืน..ขมขื่นยังละเมอ
ดึกแล้วยังหลงเพ้อ..น้ำตาไหลเอ่อได้พบเธอเพียงฝันไป
..หากฝันมีเธออยู่คู่..จะขอหลับอยู่ชั่วนิรันดร์
์ตลอดกาลในใจฉัน..ขอเพียงเท่านั้นก็สุขเหลือใจ
..ใจยังหลอกใจตน..เสแสร้งอดทนหมองหม่นฤทัย
ลืมเอยลืมอย่างไร..ลืมว่าหัวใจ..เคยรักเธอ
-
ลมหนาวและดาวเดือน : ปนัดดา
..ดึกดื่นคืนนี้..ลมหนาวพัดโชยมา
ฉันมองไปที่ขอบฟ้า..เนิ่นนาน
หน้าต่างห้องนอน..เปิดต้อนรับแสงพระจันทร์
แสงเดือนกำลังประชัน..แสงดาว
..ก่อนหลับคืนนี้..ใจฉันขอไปเจอ
พบเธอที่บนฟากฟ้า..พร่างพราว
จะนอนหลับไหล..ในอ้อมแขนของดวงดาว
ให้เงาราตรี..โอบล้อมหัวใจ..
..ไม่รู้ค่ำคืนนี้..เมื่อเธออยู่ตรงนั้น
จะเห็นดาวดวงเดียวกัน..กับฉันไหม
สักครั้งที่เธอเห็น..แสงดาวทอประกาย
ก็ยังเหมือนเรา..ได้พบกัน..
..ดึกดื่นคืนร้าง..น้ำค้างยอดหญ้าคา
ไหลลู่ลงมา..สะท้อนแสงจันทร์
อยากหยุดเดือนดาว..เก็บลมหนาวไว้นานๆ
เพราะเธอจะมา..อยู่ในหัวใจ..
..อยากต่อเวลาค่ำคืนนี้ให้นานๆ
เพราะเธอฉันมีเธออยู่ใน..หัวใจ..
-
ลมรัก (ฮอทเปปเปอร์)
...เมื่อลมพัดใบไม้สะบัดโบกมือเรียกใคร
เธอรู้บ้างไหม..ฉันวานใบไม้..โบกมือเรียกเธอ
เปรียบเป็นลิ้นใบไม้ก็ดิ้นว่ารักเสมอ
ทุกใบบอกเธอ..แทนลิ้นฉัน..ทุกวันเรื่อยไป
ลมที่เป่าใบไม่แกว่งนั้นมิใช่เพียงแรงของลม
มีลมหายใจของฉันผสมฝากลมเอาไว้
แม้เธอ..หายใจ...สูดลมเข้าไปในทรวงเมื่อไหร่
เธอโปรดจำไว้..เธอสูดลมรัก...ฉันเข้าแล้วเออ....
-
ล่องใต้
ขับร้อง วินัย จุลละบุษปะ
คำร้อง สมศักดิ์ เทพานนท์
ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน
* งามแสนงามเมืองใต้ ถิ่นแดนไทยวิไลเรืองรอง
ในพื้นดินแดนทอง พวกพี่น้องผองเราชาวไทย
เรียกนามนี้ขวานทองร่วมพี่ร่วมน้องทุกคนใช่อื่นไกล
ผูกสมัครเรารักด้วยหัวใจทุกคนเป็นไทยเลือดไทยผิวไทยเดียวกัน
(ซ้ำ *)
ชมแล้วช่างงามทุกถิ่นสมนามแสนงามยามล่องใต้
หัวใจหมายมั่นคิดถึงทุกวัน
หาดทรายนั้นผูกพันให้ฝันละเมอจิตใจเพ้อครวญ
งามห้วยละหาน ท้องธารป่าไพรสวยงามอยู่ทั่วไปทั้งนาไร่และสวน
มองไหนยั่วใจให้รัญจวนขวานทองเมืองใต้ชวน ชวนจิตให้คิดไป
เมืองพุทธก็มี สูงค่าของดีขององค์ศาสดา
นั้นจารึกให้สวยกายและใจ
แห่งชาวใต้มากมายด้วยวัฒนธรรมหลักธรรมะนั่น
ต่างศาสนา ทุกคนเกิดมาผืนดินไทย เลือดไทย ไทยเราเกิดร่วมกัน
จึงรักปักดวงใจผูกพัน มิเคยคิดบิดผัน คงมั่นในรักไทย