(http://www.oldsonghome.com/saiyai/chapter01/theme.jpg)
(http://www.oldsonghome.com/saiyai/chapter02/20040126.pic.jpg)
สวัสดีครับ จากฉบับที่แล้ว มีผู้อ่านหลายคนมาส่งกำลังใจให้ที่เว็บ..ผมก็ขอขอบคุณสำหรับการตอบรับนะครับ..เห็นมั้ยครับ..บางทีโลกไซเบอร์ก็สามารถย่อระยะทางที่ว่าไกลแสนไกลให้เหลือใกล้แค่ใจ....มิตรภาพเกิดได้ทุกที่..ทุกเวลาครับ...ถ้าคุณเปิดใจ
เอาล่ะครับ..มาฟังเรื่องผมกันต่อดีกว่า...ย้อนไป 2 ปีที่แล้ว ผมเริ่มเปิดเว็บเพลงเก่า..บ้านหลังเล็กๆ ของผมเมื่อเดือนสิงหา 2545 ..บอกตรงๆ ครับ..เป็นเว็บแรกในชีวิตของผม..ทำเป็นบ้าง..ไม่เป็นบ้าง..เหมือนเด็กเริ่มคลานเตาะแตะล่ะครับ..แรกเริ่มผมใส่เพลงเก่าที่ผมชอบในเว็บ..เป็นดีเจเองซะเลย..จัดเพลงตามใจผู้จัด..คือตอนนั้นยังไม่มีใครรู้จักเว็บผมหรอกครับ..พอมีใครหลงมาขอเพลงในเว็บบอร์ดสักเพลง..ผมก็ตื่นเต้นดีใจมากๆ เลยครับที่มีคนมาเยี่ยมชม..และไม่ว่าจะขอเพลงอะไร..ดีเจอย่างผมเต็มใจใส่เพลงให้ในทันที..
ผมทำเว็บถูๆ ไถๆ ได้ประมาณเดือนกว่าๆ..เริ่มมีอีเมล์หลายฉบับส่งมาหาผมครับ..โห..ผมปลื้มสุดจะบรรยาย..บางคนก็เมล์มาขอเพลง..บางคนก็มาขอบคุณผม..ที่ทำให้เค้าเหมือนย้อนเวลากลับไปในอดีต...แล้ว 1 ในเมล์นั้น ก็มีสาว ลี่ ด้วยครับ..เธอเขียนมายาวมาก..ผมอ่านเมล์เธอซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบด้วยความรู้สึกหลายๆ อย่าง....ผมยังจำได้ดี..
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
สวัสดีค่ะ คุณเจ
ดิฉันได้พบชื่อเว็บของคุณโดยบังเอิญจากกระทู้ใน Pantip.com ค่ะ..ที่บอกว่าบังเอิญก็เพราะว่าไม่ค่อยเข้าไปเว็บนั้นค่ะ..พอดีเมื่อวานเกิดอาการเซ็งจิต..เลยนั่งดูเว็บไปเรื่อยเปื่อยค่ะ..คลิกกระทู้นู้นกระทู้นี้..อ่านเล่นไปเพลินๆ..และก็มาสะดุดที่กระทู้นึงซึ่งถามว่าอยากฟังเพลงไทยเก่าๆ ฟังได้ที่ไหน..แล้วก็มีคนไปตอบชื่อเว็บคุณค่ะ..ดิฉันก็เลยคลิกเข้าไปดู
คุณเจรู้มั้ยคะ..พอวินาทีแรกที่ดิฉันเห็นรายชื่อเพลงที่คุณไปลงให้ฟังกัน..หัวใจฉันสะดุดกึ๊กขึ้นมาทันทีเลยค่ะ..เพลงเหล่านี้...แม้แต่ชื่อเพลง..ดิฉันไม่เห็นมานานนับสิบปีแล้ว...นาทีนั้นดิฉันก็ไม่รอช้าที่จะรีบคลิกฟังเลยค่ะ..พออินโทรของเพลงเริ่มดังขึ้นจากลำโพง..ภาพความทรงจำในวัยเด็กของดิฉันก็เริ่มผุดขึ้นมา..จากภาพจางๆ แล้วก็ค่อยๆ ชัดขึ้นๆ ทีละน้อยๆ..ตามเสียงเพลงที่เริ่มบรรเลงขับกล่อมหัวใจฉัน
“ น่ารัก เมื่อเธออยู่ใกล้ หวานๆ ละไม นี่แหละใจของเธอ..ซ่อนใจ ฉันไม่กล้าเสนอ เกรงว่าฉันจะเก้อ เธอรักก่อนได้ไหม..” เพลงนี้ฟังไปน้ำตาดิฉันก็เริ่มซึมขึ้นมาทันที..ป่าวนะคะ..ดิฉันไม่ได้แก่แดดที่มีแฟนตั้งแต่อายุ 10 ขวบ..แต่เพลงนี้ทำให้ดิฉันนึกถึงตอนเป็นเด็ก..แม่ดิฉันเคยจูงมือดิฉันไปดูหนังเรื่อง “ วัยอลวน ” ที่โรงหนังเพชรรามา.. สมัยก่อนบ้านดิฉันอยู่แถวประตูน้ำค่ะ โรงหนังนั้นเป็นโรงหนังที่ใหญ่มาก เป็น 1 ในโรงหนังชั้นนำ ..จำได้ว่าหนังเรื่องนี้ดังเป็นพลุแตกแล้วเพลงนี้ก็ดังมากๆ เช่นกัน..คุณเจทราบมั้ยคะว่า ทำไมดิฉันน้ำตาซึม..ก็เพราะว่านั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ดิฉันได้ไปดูหนังกับแม่ค่ะ..เป็นภาพแห่งความสุขระหว่างดิฉันกับแม่ที่ไม่ค่อยมีด้วยกันนัก.. ตลอด20 ปีที่ผ่านมา
โรงหนังสมัยก่อน จะเป็นเหมือนโรงละครใหญ่ๆ ค่ะ ตั๋วหนังถ้าจำไม่ผิดน่าจะอยู่ที่ราคา 10 บาท ครั้งนั้นดิฉันไปดูหนังเรื่องนี้กับแม่และอาค่ะ แต่ซื้อตั๋วแค่ 2 ใบนะคะ เด็กอย่างฉันไม่ต้องเสียตังค์ค่ะ แม่ดิฉันจะอุ้มนั่งตักเบียดๆ กัน..แต่พอหนังฉายแล้ว ที่ตรงไหนว่าง แม่ดิฉันจะแอบเหล่ไปที่คนตรวจตั๋ว ถ้าเค้าเผลอ เราก็ย้ายไปที่ว่างๆ ข้างหลังซึ่งแพงกว่า..ดูสบายตากว่า..แต่ก็นั่งแบบไม่สบายใจเท่าไหร่หรอกค่ะ กลัวเจ้าของที่มา แล้วคนตรวจตั๋วจะไล่เรากลับไปที่เดิม..ขนาดเป็นเด็ก ดิฉันก็ตื่นเต้นเป็นนะคะ.. เหมือนกำลังทำความผิดใหญ่โต..
แต่เพลงบางเพลง..ก็ไม่ได้ทำให้นึกถึงฉากแห่งความสุขอย่างเดียวนะคะ..บางทีก็ทำให้เราหวนไปถึงวันเศร้าๆ ในตอนนั้นเหมือนกัน
“กว่าจะรักเท่าวันนี้ กว่าจะมีคนมาเข้าใจ ต้องใช้เวลา ใช่เพียงมองตากันเมื่อไหร่ อยากจะคิด ต้องจากกัน เป็นแค่ฝัน แต่ความจริงนั้น เรายังอยู่เคียงข้างกัน ดั่งวันวาน” พอดิฉันคลิกฟังเพลงนี้ ทำให้นึกถึงเพื่อนที่ชื่อ ตุ๊ก ตอนเรียนอยู่มอ 3... ตุ๊กกับดิฉันเป็นเพื่อนสนิทกันค่ะแทบจะเป็นเพื่อนรักกันก็ว่าได้ ที่สำคัญเธอเป็นน้องสาวแท้ๆ ของ 1 ในสมาชิกวงอินโนเซ้นส์ เวลามีรายงานอะไร กลุ่มของเรามักบุกไปทำที่บ้านเธอ เพราะว่าบ้านเธอหลังใหญ่ หลายครั้งที่เราได้เห็นวงอินโนเซ้นส์ทั้งวงมาซ้อมดนตรีกันที่บ้านเธอ...พวกเราก็มักจะไปแอบยืนดูบ่อยๆ..ซึ่งฉันก็มักจะไปคุยโวให้เพื่อนแถวบ้านฟังว่า..ดิฉันอ่ะซี๊วงนี้น๊า..( ขี้โม้ตั้งแต่เด็ก 5555 )
แต่ด้วยความที่บ้านตุ๊กค่อนข้างมีเงิน..เป็นลูกสาวคนเล็ก บางครั้งเธอจึงมักจะเอาแต่ใจตัวเองนิดๆ..หลายครั้งเธอจึงมักสั่งดิฉันทำนู่นทำนี่อย่างไม่รู้ตัว...ดิฉันก็ขี้เกรงใจเพื่อนค่ะ..ทำให้ทุกครั้ง จนมีวันนึง..ตุ๊กก็สั่งให้ดิฉันไปเอาหนังสือที่ลืมไว้ที่ใต้โต๊ะตอนเลิกเรียน ดิฉันก็ไปหยิบให้ค่ะ พอไปถึง ดิฉันก็ยื่นหนังสือให้ แต่พอตุ๊กเห็นหนังสือเท่านั้นก็โมโห เขวี้ยงลงบนพื้นและตวาดฉันแว๊ดๆ “ อะไรอ่ะ ไม่ใช่เล่มนี้สักหน่อย บอกแล้วไงว่าสังคมเล่มหลือง เนี๊ยะรถจะมารับแล้ว โห เสียเวลาจริงๆ รู้งี้ไปหยิบเองดีกว่า ” พอได้ยินดังนั้น ดิฉันก็มีอารมณ์โกรธขึ้นมาทันที ตะคอกกลับไปบ้างสิ “ อ้าว ก็ไปหยิบเองดิ ไม่ได้ขี้ข้านะ ”
ตุ๊กได้ยินฉันตะคอกเสียงดังกลับ ก็โมโห เตะหนังสือที่หล่นบนพื้น แล้วกระฟัดกระเฟียดกลับบ้านไป.. ฉันยังคงยืนนิ่งสักพักเพราะอาการอึ้งและงงว่า..ทำไมเราเป็นคนผิดมากหรือเนี่ย งงจริงๆ เพื่อนหลายคนที่เห็นเหตุการณ์ก็ได้แต่เงียบ ยืนซุบซิบกันแล้วมองมาที่ฉัน..พอรู้สึกตัวได้..ฉันก็เดินกลับบ้านไปอย่างเลื่อนลอย..นั่นคือครั้งสุดท้ายที่เราได้พูดกัน..หลังจากนั้นเราสองคนต่างเหมือนอยู่คนละโลก..พอมีรายงานจากอาจารย์เมื่อไหร่ เราก็จะไม่เลือกอยู่ด้วยกัน
จากวันเป็นเดือน..เราก็ยังไม่คุยกัน..จริงๆ เราสองคนหายโกรธกันนานแล้ว..แต่สิ่งที่เหลือคือทิฐิ..ต่างคนต่างรออีกฝ่ายเริ่มพูดก่อน..หลายครั้งที่เราเผลอมองตากันโดยบังเอิญ แล้วต่างคนก็รีบหลบสายตา ทำเป็นไม่เห็น..จนถึงวันสุดท้ายของชีวิตนักเรียน มอ 3.. เพื่อนๆ ทุกคนรวมทั้งตุ๊กก็เลือกเรียนต่อมอปลายที่นี่ มีไม่กี่คนเท่านั้นที่ลาออกไปเรียนอาชีวะ รวมถึงฉันด้วย..ช่วงนั้น เป็นทางแยกชีวิตของเด็กอายุ 14 อย่างฉันที่ต้องเลือกอนาคตด้วยตัวเอง.. ดิฉันเลือกที่จะลาออกจากที่นี่ไปเรียนช่างศิลป์ตามใจปรารถนา.. วันนั้น พวกเพื่อนทุกคนต่างแลกเฟรนด์ชิพกันเซ็น มีใครไม่รู้เอาวิทยุจากบ้านเปิดเพลง “ กว่าจะรัก ” ของ XYZ เพื่อเป็นการอำลากัน..
“ แต่ก่อนนั้น ฉันยังแปลกใจ ที่เห็นใครร่ำลาจากกันด้วยการร้องไห้ แต่บัดนี้เมื่อเราต้องไป ก็ถึงวันที่ฉันเข้าใจว่าเพราะอะไร..” หลายคนฟังเพลงนี้แล้วน้ำตาซึม.. บางคนดึงชายเสื้อนักเรียนมาให้เพื่อนที่รักมากเซ็นชื่อเป็นที่ระลึกตรงปลายเสื้อ ...ฉันให้ทุกคนเซ็นเฟรนด์ชิพจนครบ..ขาดแต่ตุ๊ก เพียงคนเดียว...ตุ๊กก็เช่นเดียวกัน...เราได้แต่เหล่กันไปเหล่กันมาหลายที..จนเวลาวันนั้นล่วงเลยไปถึง 5 โมงเย็น ได้เวลาต้องกลับบ้านแล้ว..ฉันบอกลาเพื่อนทุกคน..จนเหลือตุ๊ก ..ตุ๊กก็กำลังมองมาที่ฉันอยู่ ในมือเธอถือสมุดเฟรนด์ชิพที่เปิดหน้าว่างๆ ไว้..ฉันมองตาเธอนิ่งประมาณ 10 วินาที..เมื่อตุ๊กยังไม่เอ่ยพูดอะไรออกมา...ดิฉันก็ตัดสินใจหันหลังเดินออกไปทันที...เสียงเพลง “ กว่าจะรัก ” ยังคงลอยตามหลังมา...“ กว่าจะรักเท่าวันนี้ กว่าจะมีคนมาเข้าใจ ต้องใช้เวลา ..ใช่เพียงมองตากันเมื่อไหร่ อยากจะคิด ต้องจากกัน เป็นแค่ฝัน แต่ความจริงนั้น เรายังอยู่เคียงข้างกัน ดั่งวันวาน.. ”
วันนั้นหลายคนที่เดินสวนดิฉันมา..ทุกคนต่างก็มองหน้าดิฉันด้วยความสงสัยว่า..ทำไมเด็กผู้หญิงคนนี้ถึงเดินร้องไห้...
หลังจากนั้นจนถึงเดี๋ยวนี้ ดิฉันก็ไม่เคยเจอตุ๊กอีกเลยค่ะ..ถ้าย้อนเวลากลับไปในวันนั้นได้ ..ดิฉันจะเป็นคนเดินไปยื่นสมุดเฟรนด์ชิพให้ตุ๊กเซ็นค่ะ...จะเข้าไปกอดตุ๊ก พร้อมพูดกับเธอว่า “ ลาก่อนนะ เพื่อนรัก! ”
อืมม์...เมล์ดิฉันยาวจัง ไม่ทราบว่าคุณเจจะเบื่ออ่านหรือปล่าว..ดิฉันอยากจะกล่าวคำขอบคุณมากๆ..ที่ทำให้ดิฉันได้ย้อนเวลากลับไปในช่วงที่มีความหมายในความทรงจำที่ถูกปิดตายมาเป็นสิบกว่าปี....จะเข้ามาเยี่ยมชมเว็บบ่อยๆ นะคะ ดิฉันก็เป็นเว็บมาสเตอร์เว็บเล็กๆ เว็บนึงค่ะ ถ้ามีอะไรให้ดิฉันช่วย ก็บอกเลยนะคะ ดิฉันยินดีค่ะ อ้อ! คุยมาตั้งเยอะ ดิฉันยังไม่แนะนำตัวเลยว่าชื่ออะไร เรียกดิฉันสั้นๆ ว่า “ลี่” ก็ได้ค่ะ...
ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ....ลี่
ปล. เพลงในเว็บ อย่าลบออกจาก server ได้มั้ยคะ ดิฉันอยากได้เพลงที่คุณเคยลงไปแล้วตั้งหลายเพลง แล้วดิฉันก็เชื่อว่าคงมีคนเพิ่งเข้ามาเว็บคุณหลายคน ก็อยากได้เพลงที่คุณลบไปแล้วค่ะ ขอบคุณอีกครั้ง
นสพ.นิวมหาชน LA. ฉบับวันพุธที่ 28 มกราคม 2547
(http://www.oldsonghome.com/saiyai/chapter02/20040126.jan28jay-ly_copy2.jpg)
http://www.oldsonghome.com/saiyai/chapter02/xyze.swf