ผู้เขียน หัวข้อ: อาลัยเพ็ญศรี พุ่มชูศรี - ศิลปินแห่งชาติเพลงไทยสากล  (อ่าน 1291 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ รอยดาว

  • มือใหม่..หัดโพสต์
  • *
  • กระทู้: 41
  • Karma: +0/-0
1สูญเสียศิลปินเพลงเก่าคุณภาพอีกท่านแล้วค่ะ   รอยดาวขอร่วมอาลัยต่อการจากไปของท่านด้วยค่ะ  เคยฟังท่านร้องเพลงสดๆ เสียงเย็นใสมากค่ะ  เพลงที่ได้ฟังบ่อยและจำเสียงคุณเพ็ญศรีได้แม่นยำขึ้นใจ คือ แสงดาวแห่งศรัทธา และ นกสีเหลือง  ท่านร้องได้มีพลังมากค่ะ  cray


http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9500000055060&Keyword=%e0%be%e7%ad%c8%c3%d5

ออฟไลน์ Sophia

  • หนึ่งในเซียนโพสต์แห่งบ้านเพลงเก่า
  • **
  • กระทู้: 134
  • Karma: +0/-0

ขอร่วมไว้อาลัยแด่คุณเพ็ญศรี พุ่มชูศรี ด้วยค่ะ
....................................
..ในฟากฟ้า..โอบล้อมด้วยหมู่ดาวพร่างพราย แต่เธอคือหนึ่งจันทร์..ในพันดาว..

ออฟไลน์ DJ แก้มยุ้ย

  • เร้าใจ...นิสัยดี
  • Administrator
  • หนึ่งในเซียนโพสต์แห่งบ้านเพลงเก่า
  • *****
  • กระทู้: 151
  • Karma: +0/-0
ขอร่วมไว้อาลัยป้าโจ๊ว เพ็ญศรี พุ่มชูศรี ด้วยคนครับ  mysir

ออฟไลน์ dolphinlover

  • หนึ่งในเซียนโพสต์แห่งบ้านเพลงเก่า
  • **
  • กระทู้: 184
  • Karma: +0/-0
  • โลมาล้อคลื่น แห่งแก๊งค์คาดตา
ขอร่วมไว้อาลัยกับการจากไปครับ
    ยินดีต้อนรับสู่บ้านที่แสนจะอบอุ่นของเราค๊า คาดตา สู้ สู้ ..! แบร่
--------------------
เพลงกระบี่พริ้วไหว แต่แกร่งกร้าวดุดัน เปรียบประดุจดังโลมาล้อคลื่น

ออฟไลน์ MissingOne

  • หนึ่งในเซียนโพสต์แห่งบ้านเพลงเก่า
  • **
  • กระทู้: 56
  • Karma: +0/-0
    • ChangKhui
เมื่อวานนั่งเปิดเพลงเก่าๆ ของป้าโจ๊วฟังทั้งวันครับ crybaby2
ฟังแล้วก็มีความสุขอย่างเศร้าๆ คิดเสียว่าท่านไปสบาย พ้นจากทุกข์ภัยไข้เจ็บแล้วครับ
สามีคู่ชีวิตของท่านคือคุณสุวัฒน์ วรดิลกก็เพิ่งเสียไปเมื่อเดือนก่อน

ขออนุญาตแปะเนื้อเพลงบางส่วนที่สร้างชื่อของท่านไว้เป็นที่ระลึกครับ cray

ศกุนตลา
...น้ำค้างค้างกลีบกุหลาบอ่อน คือเนตรบังอร หยาดหวาน...♪

ธนูรัก
...แม้เธอครองรักปองยั่งยืน ขอให้คืนรักชื่นฉ่ำใจ
หากรักลวงล่วงไป ธนูไฟเสียบไว้ให้ตรม ♪

คนึงครวญ
อยู่เดียวเปลี่ยวอกเอ๋ย ฉันเคยฟังเธอพร่ำ
นั่งเคียงสดชื่นล้ำ หวานคำฉ่ำทรวงใน...♪

นางละคร
...ความสุขของศิลปินนั่นหรือ อยู่ที่เสียงปรบมือมากกว่าเสียงเงินตรา
บนเวทีนั้นจะมีความสุขนานา แต่ลึกลงไปในอุรากินแต่น้ำตาอาจิณ ♪


ออฟไลน์ เหมียวหล่อ

  • หนึ่งในเซียนโพสต์แห่งบ้านเพลงเก่า
  • **
  • กระทู้: 76
  • Karma: +0/-0
  • แมวผู้เป็นตำนาน องค์รักษ์พิทักษ์แก๊งค์แมวเหมียว
--- ขอร่วมไว้อาลัยครับ  :(
--- I doubt therefore I think...I think therefore I am ---

ออฟไลน์ Irada

  • นางฟ้าใจดี
  • Administrator
  • หนึ่งในเซียนโพสต์แห่งบ้านเพลงเก่า
  • *****
  • กระทู้: 61
  • Karma: +0/-0
ขอร่วมไว้อาลัยในการจากไปของป้าเพ็ญศรีด้วยค่ะ 

เราสูญเสียบุคคลผู้มากความสามารถอีกท่านนึงแล้ว

ออฟไลน์ ริกะ

  • หนึ่งในเซียนโพสต์แห่งบ้านเพลงเก่า
  • **
  • กระทู้: 121
  • Karma: +0/-0
มาร่วมอาลัยด้วยค่ะ
โปรดจงรู้ว่ามี อยู่ตรงนี้อีกคน..
และฉันมี อีกสองสามคน ก็อยากให้เธอรู้ใว้...azn
                 (คนขายฝัน)

ออฟไลน์ nuttawut

  • หนึ่งในเซียนโพสต์แห่งบ้านเพลงเก่า
  • **
  • กระทู้: 66
  • Karma: +0/-0
  • คนที่เคยมีใจกันอยู่.....
ป้าเพ็ญศรี เป็นนักร้องพลังเสียงที่ดีที่สุดคนหนึ่ง แม้วัยจะล่วงเลยมามาก แต่เสียงของป้ายังทรงพลังอยู่เสมอ

วิหคเหิรลม เป็นเพลงที่ได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ จนปัจุบันก็ยังชอบอยู่

ขอไว้อาลัย แห่งการจากไปของยอดศิลปินอีกท่าน ป้าเพ็ญศรี พุ่มชูศรี......

 eusa eusa eusa
อยากจะบอกว่ารักด้วยใจ  อยากจะฝากเพลงไปด้วยลม... azn

ออฟไลน์ ajiowa

  • หนึ่งในเซียนโพสต์แห่งบ้านเพลงเก่า
  • **
  • กระทู้: 76
  • Karma: +0/-0
 eusa ขอร่วมไว้อาลัย ป้าโจ๊ว ขอท่านจงไปสู่ที่สุขะติด้วยเทอญ ป้าโจ๊วป่วยด้วยโรค "อัลไซเมอร์" มาตั้งแต่ พ.ศ. 2546
และมาเสียชีวิตด้วยโรค "หัวใจ" ด้วยวัย 78 ปี เมื่อ 14 พ.ค. 2550 ตามสามี คุณรพีพร หรือ สุวัฒน์ วรดิลก (ศิลปินแห่งชาติสาขา
วรรณกรรม) ซึ่งเสียชีวิตก่อนหน้าป้าโจ๊วได้เพียง 29 วันเท่านั้น สามีท่านเสียชีวิตเมื่อ 15 เมษายน 2550 ป้าโจ๊ว ได้สร้างผลงานไว้มากมาย
เช่นพ.ศ.2484 จากเพลง"ศีลธรรมทั้งห้า"..2491 เพลง"สายฝน"..2506 เพลง "วิหคเหิรลม"และม่านไทรย้อย (รางวัลรองชนะเลิศแผ่นเสียงทองคำ)..2508 เพลง"ง้อรัก" (รางวัลชนะเลิศแผ่นเสียงทองคำ) และสุดท้าย..2534 ได้รับรางวัล "ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง
(ขับร้องเพลงไทยสากล)" และท่านได้ประกาศเลิกร้องเพลงอาชีพเมื่ออายุได้ 50 ปี

ออฟไลน์ mintraclub

  • หนึ่งในเซียนโพสต์แห่งบ้านเพลงเก่า
  • **
  • กระทู้: 80
  • Karma: +0/-0
  • พระเจ้าช่วย กล้วยทอด
มินหัดร้องเพลงมาหลายแบบ แต่แนวการร้องของสุนทราภรณ์ ก็หัดมาจากคุณเพ็ญศรี เสียงท่านไม่เหมือนใคร ต่างจากนักร้องในยุคเดียวกัน หาไม่ได้อีกแล้ว เพลง ฝากรัก ที่ป้าร้องเพราะมากๆ ค่ะ มีความทรงจำดีๆ ถึงท่านเสมอ
ความทุกข์มองไปข้างหลัง ความวิตกกังวลมองไปรอบๆ ความหวังมองขึ้นสู่เบื้องบน

ออฟไลน์ mintraclub

  • หนึ่งในเซียนโพสต์แห่งบ้านเพลงเก่า
  • **
  • กระทู้: 80
  • Karma: +0/-0
  • พระเจ้าช่วย กล้วยทอด
ขออนุญาตคุณเอเจ พอดีมีประวัติแบบละเอียด เลยขอลงด้วยนะคะ
ประวัติ
ตัดตอนจากบทความ เรื่อง นางเพ็ญศรี พุ่มชูศรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล-ขับร้อง) พุทธศักราช ๒๕๓๔ นิตยสารสกุลไทย ฉบับที่ 2426 ปีที่ 47 ประจำวันอังคารที่ 17 เมษายน 2544


คุณเพ็ญศรี พุ่มชูศรี เกิดที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๗๒ หลังจากที่ท่านเรียนจบระดับมัธยมที่โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรีพิษณุโลกแล้ว ครอบครัวของท่านก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร แต่เนื่องจากฐานะของทางบ้านค่อนข้างขัดสน คุณเพ็ญศรีจึงไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือต่อ อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่มีความสนใจและสามารถร้องเพลงได้ดีตั้งแต่เล็กๆ คุณเพ็ญศรีจึงได้เข้าประกวดร้องเพลงตามงานวัดต่างๆ ตั้งแต่อายุเพียง ๘ ปี โดยใช้นามว่า “ผ่องศรี พุ่มชูศรี” และประสบความสำเร็จได้รับรางวัลชนะเลิศหลายสิบครั้ง จนเกือบจะหาคู่แข่งมาเทียบเคียงไม่ได้ จากความสามารถอันโดดเด่นนี้ ทำให้มีผู้ทาบทามให้ไปร้องเพลงอัดแผ่นเสียงเป็นครั้งแรก เมื่อปี ๒๔๘๔ ขณะที่อายุเพียง ๑๒ ปี โดยร้องเพลงชื่อ “ศีลธรรมทั้งห้า” ซึ่งเป็นผลงานการประพันธ์ทั้งคำร้องและทำนอง โดย ศิวะ วรนาฏ โดยได้รับเงินค่าตอบแทน ๕ บาท จากนั้น อีกประมาณ ๑ ปีถัดมา คือช่วงปี ๒๔๘๕ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย บริษัทมิตซุย ซึ่งเป็นบริษัทของญี่ปุ่น ก็ได้ว่าจ้างให้คุณเพ็ญศรีไปขับร้องเพลงเป็นประจำในค่ายทหารญี่ปุ่น โดยให้เงินเดือน ๔๕ บาท ครั้นถึงปี ๒๔๘๗ คุณเพ็ญศรีก็ได้ไปสมัครเป็นนักร้องประจำวงดนตรีสากลของกรมโฆษณาการ โดยการสนับสนุนอย่างแข็งขันของ ครูเวส สุนทรจามร และได้รับการบรรจุให้เป็นข้าราชการสามัญ ทำหน้าที่ร้องเพลงกับวงดนตรีกรมโฆษณาการ ซึ่งมี ครูเอื้อ สุนทรสนาน เป็นหัวหน้าวง ต่อมาก็ได้ร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียงที่ห้าง ต.เง็กชวน ส่งผลให้ผลงานเพลงที่ท่านร้อง เริ่มเผยแพร่ออกไปเรื่อยๆ ทำให้ประชาชนทั่วไปได้เริ่มรู้จักกับยอดนักร้องที่มีน้ำเสียงที่ไพเราะจับใจคนใหม่ และเพิ่มความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนนอกเวลาราชการ คุณเพ็ญศรีก็ได้เริ่มร้องเพลงให้กับวงดนตรีรัตนศิลป์ ของ ครูแก้ว อัจฉริยกุล ที่โรงภาพยนตร์พัฒนากร โดยขับร้องเพลง “เสียงสะอื้น” ซึ่งเป็นผลงานการประพันธ์ทำนองโดย ครูเอื้อ สุนทรสนาน และคำร้องโดย ครูแก้ว อัจฉริยกุล เป็นเพลงแรก


ครั้นถึงปี ๒๔๙๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้คุณเพ็ญศรีขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์เพลง “สายฝน” ซึ่งเพิ่งได้ทรงพระราชนิพนธ์เอาไว้ก่อนหน้านั้นไม่นาน โดยเป็นการร้องสดในรายการบรรเลงดนตรีรายการหนึ่ง หลังจากนั้น ในปี ๒๔๙๑ จึงได้ขับร้องเพลงนี้บันทึกแผ่นเสียงกับห้างแผ่นเสียงนำชัย นับเป็นงานสำคัญในยุคแรกๆ ของการทำงานที่คุณเพ็ญศรีมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง หลังจากนั้นชื่อเสียงของคุณเพ็ญศรีก็เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง กล่าวได้ว่าเกือบจะไม่มีใครที่ไม่รู้จัก “เพ็ญศรี พุ่มชูศรี” เลย


ในช่วงปี ๒๔๙๔-๒๔๙๕ งานร้องเพลงก็ประดังเข้ามาหาคุณเพ็ญศรีมากขึ้นเรื่อยๆ ท่านได้ร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียงเพิ่มขึ้น และยังได้เข้าร่วมงานกับละครคณะชุมนุมศิลปิน ซึ่งเป็นคณะละครเวทีของ คุณสุวัฒน์ วรดิลก โดยคุณเพ็ญศรีรับหน้าที่ทั้งร้องเพลงประกอบการแสดง และร่วมแสดงด้วย แต่เนื่องจากทางราชการไม่อนุญาตให้ข้าราชการไปแสดงละครกับเอกชน ท่านจึงตัดสินใจลาออกจากราชการเพื่อไปร่วมงานกับ คุณสุวัฒน์ วรดิลก อย่างเต็มตัว ในระยะนั้นเองทั้งคุณเพ็ญศรี และคุณสุวัฒน์ก็เกิดความรักใคร่ เห็นอกเห็นใจกันจึงได้ตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน และอยู่เป็นคู่ทุกข์คู่ยากกันมาตราบจนทุกวันนี้


แม้ว่าจะลาออกจากราชการไปแล้ว หากทางการมีงานสำคัญๆ คุณเพ็ญศรีก็มักจะได้รับเชิญให้ไปร่วมงานด้วยเสมอ เช่น ได้รับเชิญให้ไปขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์เพื่อบันทึกแผ่นเสียงอีกหลายครั้ง


ชีวิตและงานของคุณเพ็ญศรีซึ่งกำลังรุ่งโรจน์เป็นอย่างยิ่ง ก็หาได้ราบรื่นไปจนตลอดรอดฝั่งไม่ เพราะในช่วงหนึ่ง ทั้งท่านเองและคุณสุวัฒน์ก็ต้องประสบกับมรสุมทางการเมือง มีอันต้องถูกจองจำ ขาดอิสรภาพไประยะหนึ่ง ซึ่งท่านได้เล่าด้วยความขมขื่นว่า ทั้งท่านและคุณสุวัฒน์ถูกใส่ร้ายจากคู่แข่งทางการเมืองด้วยข้อหาที่รุนแรง แต่ปราศจากความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง อันมีสาเหตุเนื่องมาจากการที่คุณสุวัฒน์ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร


ภายหลังจากที่มรสุมใหญ่ในชีวิตพัดผ่านไปแล้ว ท้องฟ้าก็กลับแจ่มใสดังเดิม ชีวิตการงานของคุณเพ็ญศรีก็กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง โดยในปี ๒๕๐๖ หลังจากที่ได้รับอิสรภาพแล้วท่านได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน (รองชนะเลิศ) จากเพลง “วิหคเหิรลม”และเพลง “ม่านไทรย้อย”ต่อมาในปี ๒๕๐๘ ท่านก็ได้รับรางวัลชนะเลิศแผ่นเสียงทองคำพระราชทานจากเพลง “ง้อรัก”ทั้งยังได้รับพระราชทานรางวัลดาราทองพิเศษในฐานะผู้มีงานร้องเพลงดีเด่นในรอบปี ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงอีกด้วย และในเวลาต่อมา คุณเพ็ญศรีได้จัดตั้งโรงเรียนสอนการร้องเพลงเล็กๆ ขึ้น ให้ชื่อว่า “ศกุนตลา” โดยเปิดสอนให้แก่บุคคลทั่วไปที่สนใจการขับร้อง ทำให้มีนักร้องใหม่ๆ ที่มีความสามารถเกิดขึ้นมาหลายคน นอกจากงานสอนร้องเพลงแล้ว ท่านยังได้รับเชิญให้ไปร้องเพลงเพื่อช่วยงานการกุศลและสาธารณประโยชน์ต่างๆ อย่างสม่ำเสมอตลอดมา อีกทั้งเคยได้รับเลือกให้เป็นประธานชมรมนักร้องแห่งประเทศไทยติดต่อกันถึง ๓ สมัยอีกด้วย


ผลงานเพลง : เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้แก่เพลง สายฝน ดวงใจกับความรัก เทวาพาคู่ฝัน มหาจุฬาลงกรณ์ ความฝันอันสูงสุด และ อาทิตย์อับแสง เป็นต้น


ราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น ใต้ร่มมลุลี สุดรำพัน ธนูรัก รำพันสวาท ห่วงรักห่วงอาลัย พิษรัก ยาใจยาจก กำสรวลสวาท ศรกามเทพ หาดสงขลา ผู้ที่พระเจ้าลืม โอ้ยอดรัก หงส์ทอง เมื่อเธอกลับมา เดือนดวงเด่น หงส์เหิร ชื่นตาฟ้างาม จันทร์ข้างแรม รำพึง ชายหาด ฝากรัก ชื่นสุข ชะตาฟ้า เพื่อเธอ ม่านไทรย้อย คนจะรักกัน ศกุนตลา ดึกแล้วคุณขา จันทร์เจ้าขา เหยื่อกามเทพ โพระดก ลาทีความรัก ทาสรัก พระจันทร์ร้องไห้ วิหคเหิรลม รักข้ามแดน หนามชีวิต อยากจะรักสักครั้ง พ่อแง่แม่งอน สัญญารัก สาบานรัก รักลวง ฯลฯ


นับตั้งแต่ครั้งแรกที่คุณเพ็ญศรีร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียงมาจนถึงปัจจุบันนี้ เป็นเวลาเกือบ ๖๐ ปีแล้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ท่านได้ฝึกฝน และเพาะบ่มสั่งสมประสบการณ์ทางด้านการขับร้องเพลงไทยสากลมาเป็นอย่างดี ประกอบกับความเป็นผู้มีอัจฉริยภาพและพรสวรรค์อันพิเศษ ทั้งในด้านเทคนิคการขับร้องเพลงและน้ำเสียงอันไพเราะ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ท่านเป็นนักร้องสตรีที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ได้รับความนิยมสูงที่สุดท่านหนึ่งในประวัติศาสตร์ของวงการเพลงไทยสากล และเมื่อประสบความสำเร็จถึงขีดสุดแล้ว ท่านก็ยังได้ช่วยชี้แนะแนวทางและถ่ายทอดเทคนิคตลอดจนวิธีการขับร้องเพลงให้แก่นักร้องรุ่นหลัง นับเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมเหมาะสมกับการเป็นศิลปินแห่งชาติทุกประการ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติจึงได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้ท่านเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล-ขับร้อง) เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๔
 
ความทุกข์มองไปข้างหลัง ความวิตกกังวลมองไปรอบๆ ความหวังมองขึ้นสู่เบื้องบน

บ้านเพลงเก่า